Skip to content
search
People 4 ช่างภาพไทย ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว!

4 ช่างภาพไทย ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว!

4 ช่างภาพไทย ไม่รู้จักไม่ได้แล้ว!
Nat Prakobsantisuk
By Prijayanat Kalampasut
By Prijayanat Kalampasut
December 23, 2019
วันนี้เราจะมาพูดคุยกับ 4 ช่างภาพผู้ทรงคุณวุฒิที่ยอมก้าวออกจากหลังเลนส์เพื่อให้เราได้เข้าใจถึงโลกของพวกเขามากขึ้น

1/4 ณัฐ ประกอบสันติสุข

ณัฐ ประกอบสันติสุข ค้นพบโลกหลังเลนส์ของเขาหลังจากใช้เวลาถึง 8 ปีในวงการแฟชั่นในฐานะ Stylist “ผมจำได้ว่าผมยังรู้สึกขาดอะไรไปบางอย่างในชีวิต ผมเลยตัดสินใจว่าผมต้องเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ จากการที่เราทำงานกับช่างภาพหลาย ๆ คน แล้วเราได้เห็นการทำงานของพวกเขา ผมเลยตัดสินใจเรียนต่อด้านการถ่ายภาพที่ลอนดอนเป็นเวลาหนึ่งปี ผมไม่มีปัญหาด้านการจัดองค์ประกอบความสวยงามของภาพหรือแนวความคิดเกี่ยวกับการถ่ายภาพอะไรพวกนั้น แต่ผมแทบไม่รู้เรื่องกลไกของกล้องเลย ดังนั้นการเรียนรู้เรื่องเลนส์ เวลาเปิดรับแสง เอฟเฟกต์สี และแม้กระทั่งวิธีการล้างภาพในห้องมืดคือความท้าทายครั้งใหญ่” เขากล่าว

เขายังจำครั้งแรกที่เขาล้างรูปใบแรกของเขาได้ “ครั้งแรกที่ผมล้างรูปชุดแรกเสร็จ ผมผิดหวังกับภาพที่ได้มากถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยทีเดียว ผมได้แต่คิดว่าผมทำพลาดตรงไหน จากนั้นไม่กี่วันต่อมาผมได้รับภาพชุดที่สอง มันออกแบบในแบบที่ผมต้องการ ผมคิดว่านั่นคือชั่วขณะที่ผมเริ่มตกหลุมรักการถ่ายภาพ มันเป็นความรู้สึกที่ดีมากที่ผมสามารถถ่ายทอดสิ่งที่อยู่ในสมองออกมาได้โดยผ่านการถ่ายภาพ”

A jewellery advertising campaign for Mike Joseph by Nat Prakobsantisuk; 
A jewellery advertising campaign for Mike Joseph by Nat Prakobsantisuk; 

ในขณะที่เขาหยุดชะงักเมื่อถูกถามเรื่องการจัดหมวดหมู่หรือพูดถึงสไตล์งานของเขา คุณณัฐบอกว่าเขารับมือกับการถ่ายภาพเหมือนกับที่เขารับมือกับชีวิต “ด้วยจินตนาการของผม ความชอบผจญภัย และผมรักการอ่าน ดังนั้นมันก็เหมือนเวลาได้อ่านหนังสือดี ๆ สักเล่ม เมื่อผมถ่ายภาพ ผมมีภาพจินตนาการในหัวของผมพร้อมด้วยตัวละครเอกและศัตรู เราอยู่ในธุรกิจที่ทำงานกับคน แน่นอนว่าเราอาจจะต้องทำเสื้อผ้าหรือผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามให้ดูดี แต่เราต้องคำนึงถึงผู้รับสารปลายทางด้วย เพื่อถ่ายทอดข้อความที่ต้องการผ่านภาพจินตนาการภาพหนึ่ง ภาพที่ท้าทายทั้งมุมมองและทัศนคติและอื่น ๆ อีกหลายด้าน นั่นเป็นเหตุผลที่ผมอ่านหนังสือเยอะมาก ผมต้องการที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้ให้มากขึ้นและเพื่อที่จะทำให้ภาพของผมเต็มไปด้วยความรู้นั้น ๆ การถ่ายภาพที่ดีนั้นเป็นมากกว่าการสร้างภาพสวย ๆ ภาพหนึ่ง”

Photographed by Nat Prakobsantisuk: Vatanika, A Woman Ahead Of Her Time

อันที่จริงแล้วคุณณัฐเป็นหนอนหนังสือและนักเดินทางที่คอยมองหาประสบการณ์และเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างออกไป เขารักการอ่านมากพอที่เขาและน้องสาว คุณสีวิกา นักเขียนชื่อดัง ร่วมกันเปิด World at the Corner ร้านหนังสือที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเดินทาง และหวังว่ามันจะเป็นพื้นที่ที่จะเป็นประตูสู่โลกอื่นสำหรับนักอ่านคนอื่น ๆ “เมื่อผมไม่ต้องออกไปทำงานถ่ายภาพ ร้านหนังสือเป็นที่สงบของผม” เขากล่าว “ผมมีความสุขมากที่ได้อยู่ท่ามกลางหนังสือและผมเห็นตัวเองตั้งรกรากบริหารงานที่ World at the Corner เมื่อผมเกษียณอายุ” เขาหัวเราะ แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาวางแผนที่จะปลีกตัวจากการถ่ายภาพแฟชั่นเมื่อมีเวลาว่าง “ผมจะเดินทางบ่อย ๆ ต่อไปเรื่อย ๆ เพราะผมอยากจะถ่ายภาพที่สะท้อนถึงความจริงของชีวิต ภาพถ่ายที่แสดงให้เห็นถึงความยากจน ประเพณีวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อมและสีสันของเมืองใหญ่ เป็นต้น”

และคำแนะนำที่เขาอยากมอบให้แก่ช่างภาพสายแฟชั่นรุ่นใหม่ได้แก่ “มีระเบียบวินัย สิ่งที่ทำให้ผมหัวเสียมากคือการที่มีคนมากมายในกองแต่ไม่มีอะไรจะทำกัน มันไม่ใช่สนามเด็กเล่นมันเป็นสถานที่ทำงาน” เขาหัวเราะ แต่หลังจากนั้นเขาก็เสริมด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น “นอกจากนี้อย่าดูถูกความสามารถคนอื่นและอย่าประเมินค่าตัวเองสูงไป”

Mentioned in: Things To Do For Book Lovers In Bangkok

2/4 พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธุ์

Punsiri Siriwetchapun
Punsiri Siriwetchapun

ก่อนที่พันธ์สิริจะมาเป็นช่างภาพแฟชั่นชื่อดังในวันนี้ พันธ์สิริ สิริเวชชะพันธุ์ เพียงหลงรักการถ่ายภาพเท่านั้น “เราโชคดีที่เรารู้ตั้งแต่อายุยังน้อยว่าเราอยากทำงานกับกล้อง” พันธ์สิริกล่าว “และเรารู้สึกดีที่เราสามารถทำสิ่งที่รักให้มันเป็นอาชีพได้”

แม้ว่าจะเป็นเวลากว่าสองทศวรรษแล้วที่พันธ์สิริเริ่มถ่ายภาพในระดับมืออาชีพ แต่พันธ์สิริบอกว่าพันธ์สิริสนุกกับโลกแห่งการถ่ายภาพแฟชั่นมากเหมือนเดิมเหมือนตอนที่เพิ่งเริ่ม แม้ว่าบัณฑิตจาก San Francisco Academy of Arts จะชอบเรียกตัวเองว่าคนผลิตภาพมากกว่าก็ตาม “เราคิดว่าสไตล์การถ่ายภาพของเราเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา” พันธ์สิริกล่าว “สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมคือเราพยายามผลักดันขอบเขตตัวเอง ใช้แนวคิดและสะท้อนผ่านทางภาพถ่ายไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้”

สไตล์ของปี 1970 และ 80 คือแรงบันดาลใจของพันธ์สิริ “อาจเป็นเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทำให้เราเป็นเราในวันนี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ยังตราตรึงอยู่ในใจ แต่สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันก็มีอิทธิพลและสร้างแรงบันดาลใจให้เราเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ที่ดู เพลงที่ฟัง การเดินทาง ประวัติศาสตร์ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน” พันธ์สิริอธิบาย พันธ์สิริเป็นแฟนตัวยงของ Irving Penn ช่างภาพชาวอเมริกันที่เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องการถ่ายภาพแฟชั่นภาพบุคคลและงานภาพนิ่ง “หากเราสามารถเลือกทานอาหารเย็นกับใครก็ได้คนหนึ่ง ไม่ว่าที่ยังมีชีวิตอยู่หรือเสียชีวิตแล้ว เราคงเลือกช่างภาพชาวเยอรมัน-ออสเตรเลีย Helmut Newton เขาเสียชีวิตในปี 2004 แต่ภาพที่เร้าใจและปลุกกามอารมณ์อย่างภาพขาวดำสำหรับนิตยสาร Vogue และนิตยสารอื่น ๆ จะเป็นแรงบันดาลใจของใคร ๆ ไปอีกหลายปีข้างหน้า” พันธ์สิริยิ้ม

Inspired by Salvadore Dali, this is a photo shot by Punsiri Siriwetchapun for the Missile Hat project
Inspired by Salvadore Dali, this is a photo shot by Punsiri Siriwetchapun for the Missile Hat project

ในแง่ของความท้าทายในการเป็นช่างภาพ พันธ์สิริยังจำวันแรก ๆ ของการเดินทางสายนี้ได้อย่างดี “มันยาก” พันธ์สิริกล่าว “ช่างภาพรุ่นใหม่มีข้อได้เปรียบในด้านเทคโนโลยีซึ่งแทบไม่เคยมีมาก่อนในอุตสาหกรรมนี้ในตอนที่เราเริ่ม วันนี้อะไร ๆ มันดูง่าย แต่เมื่อสมัยที่เรายังเด็กและพยายามทำให้งานฝีมือของเราสมบูรณ์แบบที่สุด เราจำได้ว่าครั้งหนึ่งเราเคยได้งานที่ปารีส เราไม่มีผู้ช่วยเราเลยต้องขนทุกอย่างด้วยตัวเอง ทั้งกล้องและอุปกรณ์ไฟต่าง ๆ ต้องขนทุกอย่างเดินรอบเมืองด้วยตัวเอง บอกได้เลยว่ามันเหนื่อยมาก” พันธ์สิริหัวเราะเบา ๆ

เมื่อพูดถึงวิธีการถ่ายภาพ พันธ์สิริเชื่อว่าการสื่อสารผ่านภาพเป็นกุญแจสำคัญ “ใคร ๆ ก็สามารถถ่ายภาพได้” พันธ์สิริกล่าว “แต่สำหรับเรา มันไม่ใช่แค่การถ่ายภาพเพื่อจับโมเมนต์นั้น ๆ มันต้องสามารถสื่อสารสิ่งที่คุณอยากจะบอก แนวคิดและเรื่องราวกลับไปยังผู้ชมได้” ปัญญามาพร้อมกับประสบการณ์และเมื่ออายุมากขึ้น พันธ์สิริได้ทำใจยอมรับกับสิ่งที่ตรงกันข้ามกับตัวตนของพันธ์สิริ “คือเราทำงานตรงนี้ เราถ่ายภาพคนหน้าตาดีที่มักจะนุ่งน้อยห่มน้อย แต่ในชีวิตส่วนตัวของเรา เราชอบฝึกปฏิบัติธรรมและนั่งสมาธิมาก” ผลงานล่าสุดของพันธ์สิริเป็นการถ่ายภาพแนว Abstract ถ่ายทอดการทำสมาธิ สันติสุขของจิตใจและจิตวิญญาณ “เรารู้ว่ามันตลกที่เราหลงใหลในสองสิ่งที่ขัดแย้งกัน” พันธ์สิริกล่าว

3/4 ธาดา วาริช

Tada Varich
Tada Varich

ธาดา วาริช เป็นหนึ่งในช่างภาพแฟชั่นชั้นนำของประเทศไทย เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะช่างภาพที่ถ่ายทอดภาพศิลปะอันเร้าใจ ซึ่งจะเห็นผลงานของเขาได้อยู่เสมอบนหน้านิตยสารแฟชั่นชั้นนำ เช่น Vogue และ GQ สมัยที่เขายังเด็กเขายอมรับว่าเขาไม่รู้ว่าเขาต้องการจะทำอะไรในชีวิต “ผมรู้ว่าผมชอบศิลปะและผมเคยชอบเพ้นท์ สมัยก่อนที่ผมจะเข้ามหาวิทยาลัย เลยเกิดเป็นความสนใจในด้านการออกแบบกราฟิกและการถ่ายภาพ ผมมีตัวเลือกในใจอยู่สองทางและไม่แน่ใจว่าจะต้องเลือกตัวไหน ในท้ายที่สุดเพราะโดยธรรมชาติแล้วผมเป็นคนที่ค่อนข้างขี้เกียจ ผมเลยคิดว่าการถ่ายภาพเป็นรูปแบบหนึ่งของศิลปะที่คุณสามารถได้รับผลลัพธ์ที่ดีได้เพียงแค่กดปุ่มให้ถูกเวลา” เขาหัวเราะ

ในช่วงแรกบนเส้นทางสายอาชีพนี้ คุณธาดาได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะเยอรมันและช่างภาพแฟชั่น Juergen Teller “ผมขอพูดเลยว่ามันมีบางอย่างเกี่ยวกับงานของศิลปินก่อนที่พวกเขาจะมีชื่อเสียงที่ผมรู้สึกว่าเจ๋งและมีเสน่ห์มาก ผมคิดว่านั่นเป็นช่วงเวลาที่ช่างภาพหรือศิลปินโดยรวมมีเวลาเพื่อปลดปล่อยและแสดงความคิดสร้างสรรค์ของพวกเขาได้อย่างอิสระโดยไม่มีข้อจำกัดทางธุรกิจ มันเป็นสิ่งที่ผมเข้าใจเพราะในงานระดับมืออาชีพของผมผมมักจะถูกตีกรอบโดยความต้องการของลูกค้า ผมต้องเตือนตัวเองเสมอว่าผมไม่จำเป็นต้องถ่ายภาพที่ผมต้องการ แต่ผมสร้างผลงานตามที่นายจ้างต้องการ ”

Tada Varich doing what he does best amidst the fields of Khun Dan Prakarn dam
Tada Varich doing what he does best amidst the fields of Khun Dan Prakarn dam

เขาอธิบายถึงสไตล์ของเขาว่าเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้ เขาเปรียบการอยู่หลังเลนส์เสมือนกับการอยู่ในสงครามจิตวิทยาที่มีกล้องเป็นอาวุธ “บางครั้งคุณต้องต่อสู้กับความต้องการของลูกค้าและใช้เวลานานกว่าจะได้ช็อตเด็ด จริง ๆ แล้วผมคิดว่าการเป็นช่างภาพที่ดีคือการเป็นคนซื่อสัตย์ หากคุณไม่สามารถซื่อสัตย์กับตัวเองได้คุณจะมีข้อบกพร่องในฐานะศิลปินเสมอ” เขากล่าว

ช่างภาพวัย 44 ปีผู้มีประสบการณ์ทำงานถ่ายภาพแฟชั่นมานานกว่าสองทศวรรษ แน่นอนว่ามีคุณสมบัติพอที่จะแสดงความคิดเห็น “โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าอุตสาหกรรมสายภาพศิลปะที่นี่มีความยุ่งเหยิงเล็กน้อย ดูเหมือนว่าเราจะหมกมุ่นอยู่กับเรื่องเพศและภาพลักษณ์ และผมคิดว่าเส้นแบ่งระหว่างสิ่งที่เซ็กซี่และเจ๋งกับสิ่งที่อุจาทตากลายเป็นเส้นที่พร่ามัว โซเชียลมีเดียและคนมีชื่อเสียงมีส่วนร่วมอย่างมากในเรื่องนี้ เราทุกคนต้องการที่จะให้คนรักและชื่นชอบ อยากให้คนติดตาม และหากการโพสต์ภาพวาบหวิวของตัวเองช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้ดี ก็โอเค ในแง่นี้ผมมองว่าตัวเราเป็นศัตรูที่เลวร้ายที่สุดของเราเอง เราได้ยินเรื่องแย่ ๆ เกี่ยวกับการทำให้เรากลายเป็นวัตถุทางเพศ แต่แล้วเราเองนี่แหล่ะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญทำให้ตัวเองกลายเป็นสิ่งนั้น”

ในเวลาว่างที่เขาไม่ได้รับงาน ธาดาสนุกไปกับการถ่ายภาพทุกอย่างรอบ ๆ ตัวเขา “ต่างกับที่คนส่วนใหญ่เชื่อกัน ไม่ครับ ช่างภาพไม่จำเป็นต้องพกกล้องติดตัวตลอดเวลา” เขากล่าว “ผมโอเคกับ iPhone มันเบาและใช้ได้จริงและถ่ายภาพได้ดีอย่างสมบูรณ์แบบ”

4/4 วสันต์ ผึ่งประเสริฐ

Wasan Puengprasert
Wasan Puengprasert

วสันต์ ผึ่งประเสริฐ จบการศึกษาจากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ เริ่มอาชีพบนเส้นทางการถ่ายภาพในวัย 20 ต้น ๆ และรับงานทุกรูปแบบก่อนที่จะเอาจริงเอาจังในสายแฟชั่น “จริง ๆ แล้วผมใช้เวลาประมาณหกปีก่อนที่ฉันจะกลายเป็นสิ่งที่คุณเรียกช่างภาพแฟชั่น” เขายิ้ม “แต่ผมมักจะชอบการถ่ายภาพผู้คนโดยเฉพาะภาพ portraits”

เช่นเดียวกับคุณพันธ์สิริ คุณวสันต์กล่าวถึงช่างภาพผู้มีอิทธิพลหลายคนรวมถึง Irving Penn ผู้โด่งดัง ซึ่งอธิบายได้เป็นอย่างดีว่าทำไมภาพแฟชั่นของเขาส่วนใหญ่จึงเป็นภาพสี แต่เขาก็ชอบภาพถ่ายสีขาวดำเป็นพิเศษ “เมื่อผมถ่ายรูปของผมเอง หรือพูดได้ว่าภาพที่ไม่ใช่งานที่ลูกค้าจ้างมา  ผมชอบถ่ายภาพขาวดำมากกว่า” เขากล่าว จึงทำให้เราอดสงสัยไม่ได้ว่าช่างภาพใส่ตัวตนของพวกเขามากแค่ไหนเมื่อเทียบสิ่งที่ลูกค้าต้องการ “อาจจะเป็นเรื่องยุ่งยากหน่อย แต่คุณต้องจำไว้ว่าเราทุกคนเห็นสิ่งเดียวกันจากมุมมองที่แตกต่างกัน มันยังพอมีทางที่คุณจะได้ตกแต่งจินตการของคุณให้พอดีและตอบสนองความต้องการของลูกค้า นี่คือเหตุผลที่ผมบอกตรง ๆ ว่าผมยังรู้สึกประหม่าทุกครั้งเมื่อเริ่มงานถ่ายภาพแต่ละครั้ง”

Wasan Puengprasert’s photography for Dichan magazine
Wasan Puengprasert’s photography for Dichan magazine

เช่นเดียวกับช่างภาพท่านอื่น ๆ ที่เราได้พูดคุยด้วย คุณวสันต์ได้รับการฝึกฝนเทคนิคการถ่ายภาพแบบโอลสคูล รวมถึงการอัดภาพจากห้องมืด ดื่มด่ำไปกับความสนใจในภาพถ่ายแบบคลาสสิก เขาใช้เวลาศึกษาภาพถ่ายตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1900 จนถึงยุคบุกเบิกของการถ่ายภาพ “มันมีบางสิ่งที่ดึงดูดใจมากเกี่ยวกับภาพถ่ายในสมัยนั้น การใช้แสงและวิธีการสรรค์สร้างให้สิ่งที่ถูกถ่ายดูมีเสน่ห์ทำให้ผมทึ่งเสมอ” เขากล่าว “ผมยอมทุกอย่างเพื่อให้ได้ถ่ายภาพของดาราฮอลลีวูดชาวดสวีดิช-อเมริกัน Greta Garbo ในตอนนั้น”

ถึงแม้เขาจะหลงรักกับภาพถ่ายในยุคนั้นมากแค่ไหน คุณวสันต์ยอมรับว่าวิวัฒนาการของอุปกรณ์ถ่ายภาพและการกำเนิดของโลกดิจิทัลทำให้งานของเขานั้นง่ายขึ้นมาก ความจริงแล้วเขาคือหนึ่งในนักเดินทางที่ชื่นชอบการใช้โทรศัพท์เพื่อเก็บภาพต่าง ๆ ไม่เพียงเท่านั้นแต่เขายังมีเลนส์เสริมพิเศษไว้ใช้โทรศัพท์ของเขาโดยเฉพาะ “แต่จะว่าไป หากผมเดินทางเพื่อพักผ่อน ผมก็ไม่ค่อยได้ถ่ายรูปสักเท่าไหร่” เขาหัวเราะและพูดต่อ “ช่างภาพก็ต้องการการพักผ่อนเหมือนกัน ผมชอบที่จะเงยหน้าขึ้นและเปิดตาดูวิวทิวทัศน์และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวผม มันต่างกับการพยายามเฟรมช็อตถ่ายภาพในสตูดิโออย่างมาก”

นอกจากการถ่ายภาพแฟชั่นชั้นสูงแล้ว คุณวสันต์ยังสอนและบรรยายที่มหาวิทยาลัยศิลปากรอีกด้วย สิ่งหนึ่งที่เขาพยายามปลูกฝังให้กับนักเรียนอย่างต่อเนื่องคือพวกเขาไม่ควรหยุดพัฒนา “มันเป็นสิ่งสำคัญมากที่จะมีความกระหายความรู้และอยากค้นพบสิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา” เขาอธิบาย “คุณจะต้องอยากรู้อยากเห็น ถามคำถามและลองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในระหว่างทาง คุณอาจค้นพบตัวตนที่แท้จริงของคุณเอง ทักษะการถ่ายภาพคุณจะได้ใช้มันอย่างแน่นอน อีกทั้งผมยังสอนให้นักเรียนรู้จักความเคารพ สิ่งหนึ่งที่ผมทนไม่ได้คือคนที่ไม่มีความเคารพ” เขากล่าว “การมีสัมพันธมิตรและสุภาพไม่ต้องลงทุนสักบาท แถมทำให้การทำงานของทุกคนที่เกี่ยวข้องราบรื่นขึ้นอีกด้วย”

  • Translation Siriya Kallayasiri

Tags

People read in thai Nat Prakobsantisuk Punsiri Siriwetchapun Wasan Puengprasert Tada Varich

clear
keyboard_arrow_up

In order to provide you with the best possible experience, this website uses cookies. For more information, please refer to our Privacy Policy.

close