Skip to content
search
People เข้าที่... ระวัง... ไป! : 5 นักวิ่งไทยกับเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงออกวิ่ง (ตอนที่ 2)

เข้าที่... ระวัง... ไป! : 5 นักวิ่งไทยกับเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงออกวิ่ง (ตอนที่ 2)

เข้าที่... ระวัง... ไป! : 5 นักวิ่งไทยกับเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงออกวิ่ง (ตอนที่ 2)
By Prijayanat Kalampasut
By Prijayanat Kalampasut
August 19, 2020
Tatler Thailand พูดคุยกับ 5 นักวิ่งไทยเพื่อหาคำตอบว่าอะไรทำให้พวกเขากลายมาเป็นนักวิ่งมาราธอนและการวิ่งให้อะไรกับพวกเขา

1/3 วสุ สุรัติอันตรา

วสุ สุรัติอันตรา หรือ ตั้ม กรรมการบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง ปัญญ์ปุริ แบรนด์สปาและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว เขาคือตัวจี๊ดแห่งวงการวิ่ง ผ่านการวิ่งมาราธอนและไตรกีฬามาแล้วหลายรายการและเข้าร่วมการแข่งขัน Ironman แบบทางไกลถึง 3 รายการในนิวซีแลนด์ เยอรมนี และสวิตเซอร์แลนด์ อาจฟังดูไม่น่าแปลกใจเพราะแบรนด์ของเขาส่งเสริมสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่สมดุล แต่เขาก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้มาตั้งแต่เด็ก “ผมเป็นเด็กขี้โรค” เขาหัวเราะ “ผมมีปัญหาสุขภาพมากมายตั้งแต่เด็ก รวมถึงโรคหอบหืดเรื้อรัง ผมไม่สามารถไปไหนได้โดยไม่มียาพ่นติดตัว ผมเป็นเด็กคนนั้นที่ได้แต่นั่งดูเพื่อน ๆ เล่นกีฬาอยู่ข้างสนาม”

คนบ้างานที่ไม่ใส่ใจสุขภาพ คือคำนิยามที่เขาใช้เพื่ออธิบายตัวตนของเขาเมื่อโตขึ้น เมื่อ 4 ปีที่แล้ว ตั้มตัดสินใจพลิกชีวิตของเขาเนื่องปัญหาทางเดินอาหารที่เขาคิดว่าอาจเป็นมะเร็ง เขาเริ่มด้วยการวิ่งจ็อกกิ้งในระยะทางสั้น ๆ อย่างช้า ๆ ในละแวกบ้านสัปดาห์ละ 2 ครั้ง “3 กิโลเมตรนั้นเป็นการต่อสู้ที่ยากลำบาก” เขายอมรับ แต่เวลาผ่านไปจนถึงตอนนี้ เขาได้ร่วมวิ่งมาราธอนกว่า 8 รายการ สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นก็คือในช่วงเวลาสั้น ๆ เขาสามารถพิชิตการแข่งขันไตรกีฬา Ironman ได้ถึง 3 ครั้ง ซึ่งประกอบไปด้วยการว่ายน้ำระยะทาง 3.86 กิโลเมตร การขี่จักรยาน 180.25 กิโลเมตร และการวิ่งมาราธอนระยะทาง 42.20 กิโลเมตร

“มันยาก” เขากล่าว “และส่วนที่ท้าทายที่สุดไม่ใช่วันแข่งขัน แต่เป็นการฝึกฝนอย่างหนักทุก ๆ วันก่อนหน้านั้น” ตั้มใช้เวลา 2 ปีในการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขัน Ironman ครั้งแรก “มันไม่มีทางลัด” เขากล่าว “คุณต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้เก่งทั้ง 3 อย่างและคุณต้องเรียนรู้ที่จะจัดการโมเมนตัม ความคิด และทักษะการเล่นกีฬาตลอดเวลา 17 ชั่วโมง นี่ยังไม่ได้พูดถึงการฝึกซ้อมแบบสลับเปลี่ยนชุดกล้ามเนื้อที่ใช้ในแต่ละกีฬา ควบคุมอาหารและอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นเรื่องน่าทึ่งมากที่ร่างกายของเราสามารถพัฒนาและปรับตัวได้ตามระเบียบวินัยและการฝึกซ้อมที่เหมาะสม แต่มันเป็นงานที่หนัก ผมภูมิใจที่มาได้ไกลขนาดนี้โดยไม่มีพื้นฐานการวิ่งมาก่อน”

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตั้มได้เข้าร่วมการวิ่งแบบอัลตร้าเทรลและสามารถเอาชนะเส้นทาง 100 กิโลเมตรไปแล้วทั้งหมด 3 ครั้ง ด้วยความตั้งใจที่จะลองหนึ่งในรายการ 160 กิโลเมตร “ผมชอบมัน” เขากล่าวด้วยรอยยิ้ม “มันเพิ่มความยากไปอีกระดับหนึ่งเพราะภูมิประเทศ มันมีช่วงเวลาหนึ่งที่ทุกส่วนของร่างกายของผมเจ็บปวดไปหมด ไม่ได้คิดถึงแผลพุพองที่เท้าด้วยซ้ำ คุณต้องคาดการณ์และโฟกัสไปที่แต่ละย่างก้าวของคุณ จริง ๆ แล้วหากพูดถึงการวิ่งอัลตร้าเทรล ผมรู้สึกว่าผู้หญิงมีข้อได้เปรียบ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความคล่องตัวมากกว่าและมีน้ำหนักที่เบากว่า ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมาก” อีกเป้าหมายหนึ่งของเขาคือการแข่งขันในรายการ Grande Randonnée du Tour du Mont-Blanc ที่ฝรั่งเศส “มันคือรายการศักดิ์สิทธิ์ของการวิ่งอัลตร้าเทรล” ตั้มอธิบาย

ความเป็นนักกีฬาของเขาดูเหมือนจะถูกถ่ายทอดไปยังลูกชายวัย 11 ขวบที่ไม่เพียงแต่ชอบการวิ่ง แต่ยังเข้าร่วมการวิ่ง Ironman รุ่นเยาว์อีกด้วย “ต่างจากตัวผมเมื่อตอนเด็ก ๆ เขาเป็นคนที่กระตือรือร้นมาก” ตั้มผู้เป็นพ่อหัวเราะ “เป็นเรื่องดีมากที่ได้แชร์ความชอบนี้กับเขา” คำแนะนำจากนักกีฬาคนนี้: “อย่าผลักดันตัวเองมากเกินไปโดยไม่สนใจร่างกาย ให้เวลาที่ร่างกายต้องการในการพักฟื้น ไม่เช่นนั้นคุณจะทำร้ายตัวเองอย่างไร้เหตุผล” เขากล่าว “การรู้สมรรถภาพร่างกายของคุณเป็นสิ่งสำคัญและควรฝึกฝนในระดับที่พอดี”

2/3 ศกร ทวีสิน

ศกร ทวีสิน
ศกร ทวีสิน

ศกร ทวีสิน เจ้าของแบรนด์บาร์เบอร์ชอปที่เก่าแก่ที่สุดในโลก Truefitt & Hill เป็นอีกคนหนึ่งที่ยอมรับว่าการวิ่งคือไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนชีวิตเขา ก่อนที่เขาจะเข้าสู่วงการวิ่งเขาคือปาร์ตี้แมนคนหนึ่ง ชอบรับประทานอาหารนอกบ้านและออกกำลังกายน้อยมาก แต่บางครั้งก็ต้องใช้ความเสี่ยงด้านสุขภาพเพื่อเรียกสติและเปลี่ยนมุมมองของคน ๆ หนึ่ง “ประมาณ 5 ถึง 6 ปีที่แล้วผมน้ำหนัก 120 กิโลกรัมและผมรู้ว่าสุขภาพของผมไม่ดีนัก ผมใกล้เป็นโรคเบาหวาน ความดันโลหิตของผมสูงเกินไปและผมเป็นโรคไขมันพอกตับ ผมจึงรู้ว่าผมต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง” เขากล่าว

แต่เขาก็ยังไม่ได้เริ่มทำอะไรมากมายจนกระทั่งเขาได้ติดต่อกับกลุ่มเพื่อนเก่าสมัยเรียน ซึ่งบางคนนั้นชอบเข้าฟิตเนสเป็นชีวิตจิตใจ จากนั้นการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มเกิดขึ้น “เราตั้งกลุ่มวิ่งชื่อ Fat Cry” ศกรหัวเราะ “ในช่วงแรกมันโหดมาก ผมยังจำตอนที่พยายามวิ่งรอบสวนลุมพินีครั้งแรกได้เป็นอย่างดี ผมเดินไป 2.5 กิโลเมตร ผมวิ่งไม่ได้ด้วยซ้ำ มันทำให้ผมเห็นว่าสุขภาพของผมนั้นแย่แค่ไหน” เป้าหมายหลักตั้งแต่วันแรกของกลุ่ม Fat Cry คือวันหนึ่งเราจะต้องวิ่งมาราธอนให้สำเร็จ แม้จะมีความท้าทายมากมาย แต่หลังจากฝึกซ้อมและเตรียมความพร้อมถึง 6 เดือน ศกรและเพื่อน ๆ ก็เข้าเส้นชัย จอมบึง มาราธอน ได้สำเร็จ “ผมใช้เวลาเกือบ 7 ชั่วโมงในการวิ่งเข้าเส้นชัยและผมต้องวิ่งและเดินสลับกัน” เขายอมรับ

เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเข้าสู่เส้นชัย การวิ่งได้เปิดโลกใหม่ให้กับเขาและสิ่งต่อไปที่เขารู้คือเขาและเพื่อน ๆ ก็เตรียมพร้อมที่จะเข้าร่วมการแข่งขันวิ่งมาราธอน Tokyo Abbott World ปี 2018 “เนื่องจากเป็นมือใหม่ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าจะคาดหวังอะไร ผมไม่ได้เตรียมตัวหรือเตรียมพร้อม (เครื่องแต่งกาย นาฬิกา ฯลฯ) เหมือนกับนักวิ่งคนอื่น ๆ” ศกรหัวเราะเบา ๆ “มันท้าทายมากทั้งด้านจิตใจและร่างกาย แต่เราก็ทำได้” นั่นคือหนึ่งในสนามแรก ๆ “ความตั้งใจในตอนแรกคือการวิ่งมาราธอนครั้งใหญ่ 1 ครั้งต่อปี” เขาอธิบาย “แต่เราก็วิ่งไปแล้ว 5 จาก 6 รายการภายใน 3 ปีที่ผ่านมา ปีที่แล้วเราลงวิ่งมาราธอนที่ชิคาโก ลอนดอน และนิวยอร์ก” 

สนามต่อไปคือการวิ่งมาราธอนที่บอสตัน ซึ่งถูกเลื่อนออกไปเนื่องจากการระบาดของโควิด-19 ด้วยความมุ่งมั่นที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรง ศกรได้ใช้เวลาในช่วงกักตัวเพื่อควบคุมอาหารอย่างเข้มงวด “ผมทำอาหารเองทั้ง 3 มื้อ” เขากล่าว “ในตอนเช้า ผมวิ่งบนลู่ 5 กิโลเมตรและวิ่งอีกครั้งในตอนเย็น ผมเข้านอนเร็วและพักผ่อนอย่างเพียงพอ” ประสบการณ์วิ่งได้พลิกชีวิตของเขาอย่างสิ้นเชิง หลังจากลดน้ำหนักเกือบ 30 กิโลตั้งแต่ช่วงแรกที่เขาเริ่มวิ่ง เขากล่าวว่าเขาได้รู้ความหมายของความเพียรพยายามและความมุ่งมั่น “หากคุณยังใหม่กับการวิ่งหรือเพิ่งเคยวิ่งมาราธอน ระยะทางอาจเป็นเรื่องที่ต้องกังวล ค้นหาเป้าหมายที่สร้างแรงบันดาลใจให้คุณจริง ๆ การวิ่งเพียงเพื่อที่จะวิ่งจะทำให้คุณอยู่กับที่ ไม่ว่าเป้าหมายของคุณคือการลดน้ำหนักและฟิตร่างกาย อยากวิ่งมาราธอนให้สำเร็จ หรือเพื่อนหาเพื่อนใหม่ คุณต้องมีเป้าหมายที่แน่นอน แล้วแรงจูงใจจะตามมา”

ศกรบอกว่าความทรงจำที่ตรึงใจที่สุดมาจากการวิ่งมาราธอนในต่างประเทศ “ความรู้สึกที่ได้ยินคนแปลกหน้าทั้งเพื่อนนักวิ่งและผู้ชมคอยตะโกนเชียร์คุณเมื่อพวกเขาเห็นว่าคุณกำลังล้า เป็นความรู้สึกที่หาที่เปรียบไม่ได้และเป็นสิ่งที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผม” ศกรเพิ่งเริ่มขี่จักรยาน ใครจะไปรู้...บางทีเราอาจจะได้เห็นเขาในงาน Ironman ก็เป็นได้

3/3 ดุจดาว วัฒนปกรณ์

ดุจดาว วัฒนปกรณ์
ดุจดาว วัฒนปกรณ์

เธอคือศิลปินมากความสามารถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวด้านการแสดงและคือผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดจิตด้วยการเคลื่อนไหว ดุจดาว วัฒนปกรณ์ ผู้ก่อตั้ง Empathy Sauce บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านบริการการสื่อสารแบบเข้าอกเข้าใจ ด้วยดีกรีด้านจิตวิทยา เธอเข้าใจถึงความสำคัญของการเชื่อมต่อระหว่างร่างกายกับจิตใจในจิตบำบัด “เมื่อ 5 ปีที่แล้วฉันต้องเจอกับปัญหาทั้งทางอารมณ์และจิตใจ” เธออธิบาย “ฉันจึงตัดสินใจที่จะเริ่มวิ่งเพื่ออยู่กับความคิดของตัวเอง เพื่อให้ตระหนักถึงจุดแข็งของตัวเราเอง”

แฟนของเธอ ณ ตอนนั้น (ปัจจุบันเปลี่ยนสถานะเป็นสามี) มนต์ วัฒนศิริโรจน์ นักวิ่งมืออาชีพ คือสมาชิกคนหนึ่งของชุมชนนักวิ่งกลุ่ม Adidas และเขาสนับสนุนให้ดุจดาวเริ่มออกวิ่ง “ฉันจำได้ว่าฉันไปดูเขาวิ่งงาน Berlin Marathon ในปี 2017 ด้วย” เธอกล่าว “แม้ว่าจะอยู่ในฐานะผู้ชม แต่บรรยากาศมันน่าทึ่งมาก ดังนั้นฉันจึงลงทะเบียนเข้าร่วมการแข่งขันในปีถัดไป บอกตรง ๆ ว่าการเข้าร่วมวิ่งที่งาน Berlin Marathon ในปี 2018 เป็นความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับฉัน ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะทำได้ไหม แต่ฉันก็ทำได้ ฉันยังคงรู้สึกขนลุกทุกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องนี้” นอกจากนี้เธอยังเข้าร่วมการวิ่ง Moscow Marathon และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้เธอวิ่งเทรลเป็นระยะทาง 45 กิโลเมตร

นักวิ่งมักจะปฏิบัติตามตารางการฝึกซ้อมอย่างมีวินัย การครอสเทรนนิ่ง การฝึกความอดทน และแผนการควบคุมอาหาร แต่นี่ไม่ใช่กรณีของดุจดาว “ฉันไม่ได้ยึดติดกับการฝึกซ้อมแบบนั้น เพราะเป็นเรื่องยากสำหรับฉันในการจัดระเบียบเวลา” เธอกล่าว “งานของฉันทำให้ฉันยุ่งมาก แต่ฉันก็ต้องออกวิ่งทุกเย็น เพิ่มระยะทางทีละนิดในทุก ๆ ครั้งที่ออกไปวิ่ง” เช่นเดียวกับแนวทางศิลปะของเธอ ทัศนคติของเธอในการเป็นนักกีฬาออกมาจากจิตวิญญาณและการค้นพบตัวเอง การวิ่งมาราธอนช่วยให้เธอเข้าถึงศักยภาพที่เธอไม่รู้ว่าเธอมี “มันเป็นเหมือนยาสำหรับจิตวิญญาณและจิตใจ” เธอกล่าว “มันช่วยให้ฉันคิดและหาเหตุผลให้กับความกังวลและความกลัวของตัวเอง ในช่วงเวลาที่คุณต้องผลักดันตัวเองให้วิ่งต่อไป คุณจะได้เรียนรู้ที่จะไม่ปล่อยให้อารมณ์ของคุณเอาชนะความตั้งใจของคุณได้”

สำหรับดุจดาว การวิ่งมีประโยชน์ต่อจิตใจเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับศิลปะการแสดง นักวิ่งหลายคนจะบอกคุณว่ามันคือการแข่งขันกับตัวเอง แต่สำหรับเธอแล้ว...มันไม่มีการแข่งขัน “มันเหมือนกับการอยู่กับตัวเองมากกว่า และใช้เวลานั้นเพื่อเชื่อมต่อกับโลกภายในของตัวเอง เป็นเรื่องดีที่สามีของฉันให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เช่นกัน” เธอหัวเราะ นอกจากการวิ่งแล้ว คู่สามีภรรยาผู้รักการผจญภัยคู่นี้ยังชอบพายเรือคายัคในฐานะสมาชิกของ Save the Planet Association เพื่อช่วยกันเก็บขยะพลาสติกจากมหาสมุทรอีกด้วย

ติดตามเรื่องราวของ 5 นั่งวิ่งไทยกับเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงออกวิ่ง ตอนที่ 1 ได้ที่นี่

  • Translation Siriya Kallayasiri

Tags

People read in thai running runners

clear
keyboard_arrow_up

In order to provide you with the best possible experience, this website uses cookies. For more information, please refer to our Privacy Policy.

close