Skip to content
search
Wellness การเดินทาง 1 ปีเต็ม บนถนนสาย “Plant-Based Diet”

การเดินทาง 1 ปีเต็ม บนถนนสาย “Plant-Based Diet”

การเดินทาง 1 ปีเต็ม บนถนนสาย “Plant-Based Diet”
By Nigel Oakins
June 24, 2020
เมื่อแม่ทัพจาก บลู แมงโก้ พับลิชชิ่ง สำนักพิมพ์ของ Tatler Thailand ผันตัวมาเป็นวีแกนโดยบังเอิญ นี่คือการมองย้อนประสบการณ์ของเขาและจะมีปีที่ 2 หรือไม่ ไปดูกัน!

ผมอยากจะผันตัวมาทานวีแกนแบบจริงจัง แต่ผมขอสารภาพว่าบางครั้งผมก็ไม่ได้เคร่งเรื่องการตรวจสอบวัตถุดิบของอาหารที่ผมทานและเครื่องดื่มที่ผมดื่ม ส่วนใหญ่เป็นเพราะความเกียจคร้านและความรักที่มีต่อไวน์แดงและเบียร์  (ผมรู้ว่ามีไวน์และเบียร์วีแกน แต่ร้านอาหารส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีตัวเลือกพวกนั้นบนเมนู) ถ้าผมใช้เวลาอ่านฉลากบนบรรจุภัณฑ์ คงพบว่ามีสินค้าอื่น ๆ อีกหลายอย่างที่ผมอาจเผลอทานไป! แต่สำหรับผมแล้ว ผมรู้ว่าผมได้พยายามอย่างสุดความสามารถ

ผมเริ่มต้นการเดินทางครั้งนี้ด้วยความผิดพลาดและความบังเอิญ เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ผมได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมระดับภูมิภาคของ Edipresse/Tatler Asia เพื่อนร่วมงานของผม มิกะ ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนั้นด้วย มิกะเป็นวีแกนและได้ขออาหารแบบ plant-based (อาหารที่ทำจากพืช) สำหรับอาหารทุก ๆ มื้อของเธอ เพื่อความสะดวกในการรับประทานอาหารเย็นสำหรับค่ำคืนแรก ผู้จัดงานได้จัดให้มิกะนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ที่ทานวีแกนคนอื่น ๆ ไว้โต๊ะเดียวกัน ผมร่วมทานอาหารที่โต๊ะเดียวกับพวกเขา จู่ ๆ บริกรก็เสิร์ฟอาหารวีแกนให้กับผมเพราะมีแขกท่านหนึ่งไม่ได้มาร่วมรับประทานอาหารด้วย ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก จนกระทั่งเวลาได้ผ่านไปสักช่วงหนึ่ง ผมสังเกตเห็นว่าคนอื่น ๆ ส่วนใหญ่นั้นทานไก่และปลา ผมมัวแต่คุยจนไม่ได้สังเกตว่าจานของผมไม่มีเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม ฌอน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงของ Tatler ในฮ่องกง เสียสละเวลาเพื่อให้ความรู้แก่ผมเกี่ยวกับประโยชน์และข้อควรระวัง เกี่ยวกับอาหารที่ทำจากพืชและผมก็ค่อนข้างสนใจเลยทีเดียว

A vegan burger (Photo by 
Deryn Macey on Unsplashed)
A vegan burger (Photo by Deryn Macey on Unsplashed)

เช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น ผมแวะไปที่ฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายด้วยความหวังว่าจะสลัดผลกระทบจากไวน์เมื่อช่วงค่ำคืนก่อนหน้า (Edipresse เป็นเจ้าบ้านที่ดีจริง ๆ!) ฌอน มิกะ และคนทานวีแกนอีกคน เป็นเพียง 3 คนเท่านั้นที่กำลังออกกำลังกายอยู่ พวกเขาทั้งยกน้ำหนักและวิ่งด้วยความกระฉับกระเฉงมาก พวกเขาทั้งหมดดูสุขภาพดีและมีรูปร่างที่ยอดเยี่ยม ผมได้เห็นสิ่งหนึ่งที่พวกเขามีเหมือนกัน นั่นก็คือ ทานอาหารที่มาจากพืช = ทัศนคติที่ดี ด้วยคำแนะนำเพิ่มเติมจากฌอน ผมจึงตัดสินใจเริ่มจากที่นั่น ณ เวลานั้น อาหารกลางวันที่ผมทานเมื่อวานจะเป็นอาหารที่มาจากสัตว์เป็นมื้อสุดท้าย

ฌอน ยังใจดีมอบหนังสือทำอาหาร How Not To Die เขียนโดย Dr Michael Greger เป็นของขวัญให้กับผม และผมให้คำมั่นสัญญากับตัวเองว่าจะทุ่มเทให้กับวินัยใหม่ ผมยอมรับว่าคืนแรกนั้นยากมาก เพื่อนของผม 3 คน (ปีเตอร์ ทิม และมาร์ค หนุ่ม ๆ ที่รักการดื่มไวน์และชอบทานสเต็กเป็นชีวิตจิตใจ) ได้เชิญให้ผมไปทานสเต็กและดื่มไวน์ที่ American Club Hong Kong กับพวกเขา เชฟรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย แต่เขาก็ใจดีพอที่จะให้บริการอาหารอื่น ๆ นอกเหนือจากเมนูสเต็ก และได้เตรียมพาสต้าและมะเขือเทศให้ผมแทน ผมตั้งใจและได้เริ่มออกเดินทางบนถนนสายนี้แล้ว

Photo by Mgg Vitchakorn on Unsplash
Photo by Mgg Vitchakorn on Unsplash

1 ปีผ่านไป นี่คือสิ่งที่ผมได้เรียนรู้และนี่คือความรู้สึกที่ผมมีต่อการตัดสินใจครั้งนั้น

ผมเปรียบสัปดาห์แรกของการทานอาหาร plant-based เหมือนกับสัปดาห์แรกที่ดื่มชาและกาแฟโดยไม่ใส่น้ำตาล ครั้งแรกที่คุณได้ลิ้มรสกาแฟที่ปราศจากความหวานหลังจากการดื่มกาแฟที่ใส่น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะเต็ม ๆ มาตลอดหลายปี รสชาติมันค่อนข้างแย่มาก แต่คุณจะค่อย ๆ เริ่มดื่มด่ำไปกับกลิ่นหอมของชาและกาแฟ และความหลากหลายของรสชาติที่คุณจะได้ลิ้มรส เมื่อย่างเข้าสัปดาห์ที่ 2 คุณจะไม่นึกถึงการเติมน้ำตาลอีกเลย สำหรับผมมันเหมือนกันเมื่อพูดถึงผัก ในช่วงแรกผมทานอะไรในจานไม่อร่อยสักเท่าไหร่ แต่อย่างที่บอก หลังจาก 2 สัปดาห์ผ่านไป แม้กระทั่งผักสดก็เริ่มที่จะมีสัมผัสและรสชาติใหม่ ๆ ที่ผมไม่เคยลิ้มลองมาก่อน ซึ่งเคยถูกซ่อนอยู่ภายใต้การปรุง เกรวี่ และซอสปรุงแต่งที่มากจนเกินไป เวลาผ่านไปผมเริ่มรู้จักร้านอาหารวีแกนดี ๆ หลายแห่ง ปัจจุบันผมทำอาหารทานเองหลายวันในหนึ่งสัปดาห์และผมได้ค้นพบพืช สมุนไพร ผลไม้ ถั่ว และพืชตระกูลถั่วอื่น ๆ อีกหลายสิบชนิดที่ผมไม่เคยคิดจะทานมาก่อน ผมไม่คิดถึงการทานเนื้อสัตว์เลยจริง ๆ และผมไม่คิดที่จะกลับไปทานผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสัตว์อีกต่อไป ผมมั่นใจว่าไข่และผลิตภัณฑ์จากนมบางชนิดอาจแอบอยู่ในจานของผม ซ่อนอยู่ในรูปแบบของขนมปังหรือขนมอบหรืออาจจะมากกว่านี้ แต่มันเป็นสัดส่วนขนาดเล็กและผมไม่ได้มองหามัน

Vegetables from a fresh market (Photo by Artiom Vallat on Unsplash)
Vegetables from a fresh market (Photo by Artiom Vallat on Unsplash)

น้ำหนักของผมลดลงประมาณ 12 กิโลกรัมในปีที่ผ่านมา โดยที่ผมไม่ได้กินน้อยลงหรือปล่อยให้ตัวเองหิวเลย เอวของผมมีขนาดเล็กถึง 4 นิ้วและเสื้อผ้าเก่า ๆ ของผมก็หลวมเกินไป ผมวิ่งประมาณ 30 นาที  3 ครั้งต่อสัปดาห์ แต่นอกเหนือจากการยืดเส้นยืดสายและการออกกำลังกายช่วงหลัง (สำหรับปัญหาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาทจากการพายเรือแคนูในแม่น้ำยูคอนเมื่อฤดูร้อนที่แล้ว แต่นั่นคือเรื่องเล่าสำหรับโอกาสหน้า) ผมลดขั้นตอนการออกกำลังกายลงไปเยอะ

ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างกังวลว่าผมจะได้รับวิตามินและโปรตีนที่เพียงพอหรือเปล่า ผมจึงได้ทำการตรวจเลือดครบวงจรในวันครบรอบ 1 ปีแรกนี้ เพื่อดูว่ามีผมกระทบอะไรเกิดขึ้นบ้าง ดูเหมือนว่าทั้งหมดจะปกติดีและพูดตรง ๆ ว่า ผลออกมาดีกว่าที่ผมคาดคิดไว้ อย่างไรก็ตามผมจะต้องรักษาระดับน้ำในตัวให้ดีกว่านี้ ผมนอนหลับสบาย 7 ถึง 8 ชั่วโมงเกือบทุกคืน และมือที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบของผมสามารถกลับมาถือไม้กอล์ฟและไม้เทนนิสได้โดยไม่เจ็บเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ด้วยเหตุผลบางประการ ผมรู้สึกเด็กลงและรู้สึกดีที่บางทีผมอาจดูอ่อนวัยลงด้วย (คิดไปเองหรือเปล่า?)

ผมนอนหลับสบาย 7 ถึง 8 ชั่วโมงเกือบทุกคืน และมือที่มีปัญหาข้อต่ออักเสบของผมสามารถกลับมาถือไม้กอล์ฟและไม้เทนนิสได้โดยไม่เจ็บเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี

ผมไม่มีเวลาให้กับการทารุณกรรมสัตว์

Photo by Robert Bye on Unsplash
Photo by Robert Bye on Unsplash

ในอดีต ผมอาจไม่ได้สนใจต่อการทารุณกรรมสัตว์ที่โหดร้ายเพื่อให้ได้มาซึ่งเบคอน ไส้กรอกและไข่บนจานอาหารเช้าของผม ผมไม่จำเป็นต้องเป็นคนปากว่าตาขยิบอีกต่อไป ผมกลายเป็นคนที่ต่อต้านอุตสาหกรรมแปรรูปอาหารสัตว์มากขึ้น ผมได้มองเห็นว่าความยากจนและความอดอยาก ส่วนหนึ่งเกิดจากแผ่นดินบนโลกจำนวนมหาศาลที่ถูกกลืนกินไปในการผลิตอาหารให้สัตว์ ได้เห็นผลกระทบด้านลบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำฟาร์มและหากไม่สามารถหยุดมันได้ ก็จำเป็นต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ผมรู้ว่ามนุษยชาติไม่เปิดพื้นที่ให้กับการค้าสัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย

ในวัย 66 ปี ผมรู้สึกตื่นเต้นกับธุรกิจใหม่และเปลี่ยนภาพลักษณ์ธุรกิจที่ผมกำลังทำอยู่ เพื่อให้พวกเขาทันต่อโลก ผมอยากอยู่ท่ามกลางผู้คนที่มีแนวคิดเดียวกันและสนุกไปกับความท้าทายใหม่ ๆ ผมอยากมีรูปร่างที่ดีและมีสุขภาพที่ดีให้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้

ผมมักจะสงสัยบ่อย ๆ หากถูกถามว่าอาหารมื้อสุดท้ายที่ผมอยากทานคืออะไร ผมจะตอบว่าอย่างไรดี ตอนนี้ผมรู้แล้ว ผมจะเริ่มต้นมื้อสุดท้ายของผมด้วยเต้าหู้และมิโซะซุปสาหร่ายวากาเมะ ตามด้วย Impossible meat burger เบอร์เกอร์วีแกน 2 ชิ้น (ก็นี่คือมื้อสุดท้ายของผม) จากนั้นก็ตามด้วยเชอร์รี่ สตรอเบอร์รี่และพีชค็อกเทล โรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง ซึ่งจะถูกล้างคอด้วย 2014 Chateau Larose Haut Medoc สักขวดสองขวด นอกจากรสชาติที่ยอดเยี่ยมของมื้อสุดท้ายที่ผมเลือกทานแล้ว ผมไม่อยากลงหลุมไปพร้อมกับอาการอาหารไม่ย่อย

ดังนั้น โดยสรุป ผมรู้สึกว่าสุขภาพของผมดีขึ้นมาก ผมยังคงสนุกกับการรับประทานอาหารที่หลากหลายและผมไม่คิดถึงการทานเนื้อ สัตว์ปีก ปลาและผลิตภัณฑ์จากนม ผมเป็นอิสระจากความรู้สึกผิดทุกครั้งที่พูดถึงการเปลี่ยนแปลง ผมตั้งตาคอยที่จะเดินทางสู่ปีที่ 2 ของการเดินทางที่เพิ่งเริ่มบนถนนสายนี้

  • Translation Siriya Kallayasiri

Tags

Wellness read in thai vegan Sustainability plant based

clear
keyboard_arrow_up

In order to provide you with the best possible experience, this website uses cookies. For more information, please refer to our Privacy Policy.

close